วิธีแก้ปัญหาเว็บไซต์อันดับตก หรือ SEO ตกจากหน้าแสดงผลการค้นหา

เมื่อ :
ผู้เข้าชม : 1,892
เขียนโดย :
image_big
image_big
เมื่อ :
ผู้เข้าชม : 1,892
เขียนโดย :

วิธีการสำรวจและแก้ปัญหาเว็บไซต์ Rank Drop

ปัญหายอดฮิตที่คนทำเว็บไซต์แทบทุกคนต้องเคยเจอก็คงหนีไม่พ้นปัญหา "อันดับตก (Rank Drop)" หรือลำดับหน้าเว็บไซต์ที่ควรจะอยู่อันดับบน ๆ ของ หน้า SERP (Search Engine Result Page) กลับร่วงตกลงมาจากอันดับเดิมอย่างน่าใจหาย

ซึ่งเมื่อเผชิญกับปัญหานี้หลาย ๆ คนก็คงจะมองหาวิธีการแก้ไขและดันอันดับเว็บไซต์ของเราให้กลับมาที่จุดเดิม (หรือสูงกว่าเดิม) บนหน้า SERP กันอย่างแน่นอน วันนี้เราเลยจะมาแนะนำวิธีการสำรวจและแก้ปัญหา Rank Drop แบบพื้นฐานกัน

วิธีการสำรวจและแก้ปัญหาเว็บไซต์ Rank Drop
ภาพจาก : https://www.webarxsecurity.com/wp-content/uploads/2020/10/Traffic-Drop-in-Google-Analytics-Due-to-Hacking-1024x538-2.png

 

เนื้อหาภายในบทความ

  1. ตรวจสอบอันดับ ของเว็บไซต์ปัจจุบันก่อน
    (Check the current website ranking)
  2. วิเคราะห์หาสาเหตุ ที่อันดับของเว็บไซต์ตก
    (Analyze why website ranking is dropped ?)
  3. ดำเนินการแก้ไขปัญหาเว็บไซต์อันดับตก
    (Solve the website ranking dropped problems)
  4. ติดตามผลการแก้ไขปัญหาเว็บไซต์
    (Monitor the website ranking results)

1. ตรวจสอบอันดับ ของเว็บไซต์ปัจจุบันก่อน
(Check the current website ranking)

สิ่งที่ควรทำอันดับแรก ๆ เมื่อพบว่าอันดับของเว็บไซต์ (Website Ranking) เราตกลงไปจากอันดับเดิมก็ได้แก่การ “ตรวจสอบ” ว่ายอดของเว็บไซต์ของเรานั้น “ลดลง” จากเดิมจริง ๆ หรือไม่ เพราะบางครั้งอันดับที่ร่วงลงมาอาจไม่ได้เป็นเพราะเว็บไซต์ของเราได้รับความนิยมต่ำลง แต่เว็บไซต์อื่น ๆ มียอดเพิ่มสูงแซงหน้าเราไปต่างหาก โดยเราสามารถนำเอาข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์มารายสัปดาห์มาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังแรงก์ตกได้ หรือใช้เครื่องมือตัวช่วยในการจัดอันดับอย่าง Rank Tracker Tools ช่วยวิเคราะห์ก็ได้เช่นกัน 

ตรวจสอบอันดับ (Ranking) ของเว็บไซต์
ภาพจาก : https://serpstat.com/blog/why-did-your-website-suddenly-lose-rankings-and-how-to-fix-it/

2. วิเคราะห์หาสาเหตุ ที่อันดับของเว็บไซต์ตก
(Analyze why website ranking is dropped ?)

หากตรวจเช็คแล้วพบว่าอันดับของเว็บไซต์เราตกลงจริง ก็ควรวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาว่าการที่อันดับตกลงนั้นเกิดจากอะไรกันแน่ โดยอาจมาจากหลายสาเหตุ ดังนี้

มีการเปลี่ยนแปลงภายในเว็บไซต์

สิ่งแรก ๆ ที่ส่งผลให้อันดับของเว็บไซต์มีกาารเปลี่ยนแปลงไปก็ได้แก่ “การปรับปรุงระบบและเปลี่ยนแปลงข้อมูลบนเว็บไซต์” เช่น การเปลี่ยน URL (Uniform Resource Locator) , ปรับ UX (User Experience) / UI (User Interface) เว็บไซต์, ลิงก์เสีย (ลิงก์ถูกลบ, Redirect ผิดพลาด) หรือมี บัค (Bug) ในระบบ เป็นต้น โดยการเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์นี้ต้องพิจารณาทั้งภายในเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์คู่แข่งควบคู่กันไปด้วย

มีการเปลี่ยนแปลงภายในเว็บไซต์
ภาพจาก : https://www.webfx.com/blog/seo/seo-rankings-drop/

Search Engine มีการอัปเดตระบบ

โดยปกติแล้ว เครื่องมือค้นหา (Search Engine) จะมีการอัปเดตระบบและอัลกอริทึมอยู่เป็นประจำทุกวันเพื่อป้องกันปัญหาเว็บไซต์ติดลมบน จึงทำให้อันดับของเว็บไซต์มีการเปลี่ยนแปลงแทบจะตลอดเวลา

แต่หากสังเกตเห็นว่าอันดับเว็บไซต์ของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดก็อาจมีโอกาสที่ทาง Search Engine จะอัปเดตความปลอดภัยและกฎการใช้งาน และเนื้อหาภายในเว็บไซต์ของเราบังเอิญมีเนื้อหาที่ละเมิดต่อข้อกำหนดในการใช้งานนั้น ๆ จนส่งผลให้ถูกแบน, ติดการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) และไม่ดึงเว็บไซต์ของเรามาแสดงผลบนหน้า SERP (หรือเว็บไซต์ Search Engine อาจมีข้อผิดพลาด หรือบัค ภายในระบบจนทำให้มีการจัดอันดับผิดพลาดก็ได้เช่นกัน)

Search Engine มีการอัปเดตระบบ
ภาพจาก : https://s3.amazonaws.com/images.seroundtable.com/google-spam-update-november-1635982516.gif

Manual Actions

อีกสาเหตุที่ทำให้อันดับของเว็บไซต์ตกลงจากเดิมอาจเป็นเพราะทาง Search Engine เห็นว่าเว็บไซต์ของเรานั้นมีคะแนน Quality Score ต่ำจากเดิมจึงลดอันดับเว็บไซต์ของเราลง ซึ่งอาจเป็นเพราะตรวจเจอลิงก์สแปม (Spam) ที่อาจมาจากฝั่งเว็บไซต์หรือผู้เข้าชมคอมเมนท์ลิงก์สแปมก็ได้ โดยเราจะสามารถเช็คการติด Manual Actions ได้ใน “แท็บ Securities and Manual Actions”

Manual Actions
ภาพจาก : https://serpstat.com/blog/why-did-your-website-suddenly-lose-rankings-and-how-to-fix-it/

3. ดำเนินการแก้ไขปัญหาเว็บไซต์อันดับตก
(Solve the website ranking dropped problems)

หลังพบสาเหตุที่ทำให้อันดับเว็บไซต์ของเราตกก็สามารถดำเนินการแก้ไขได้แล้ว โดยหากเป็นปัญหาจากตัวเว็บไซต์ของเรา เช่น ลิงก์เสีย, ถูกแบนจาก Search Engine, ติด Manual Actions หรือมี Bug ในระบบก็ควรเร่งดำเนินการแก้ไขในทันที แต่หากเป็นสาเหตุอื่นอย่างการปรับปรุงระบบเว็บไซต์ หรือการอัปเดตอัลกอริทึมของ Search Engine อาจรอติดตามผลต่อไปสักระยะ (ราว 2 สัปดาห์ขึ้นไป) หลังจากอันดับของเว็บไซต์มีการเปลี่ยนแปลง หากยังไม่ดีขึ้นอาจต้องพิจารณาปรับปรุงเว็บไซต์ของเราใหม่

ดำเนินการแก้ไขปัญหาเว็บไซต์ Rank Drop
ภาพจาก : https://www.webarxsecurity.com/wp-content/uploads/2020/10/sej82-1.jpg

4. ติดตามผลการแก้ไขปัญหาเว็บไซต์
(Monitor the website ranking results)

เมื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็นที่เรียบร้อยก็ควรที่จะ ติดตามผลการปรับปรุงเว็บไซต์ของเรา อยู่เป็นประจำ รวมไปถึงคอยสังเกตการณ์เว็บไซต์คู่แข่งของเรา และติดตามข่าวสารการอัปเดตระบบที่สำคัญของ Search Engine ควบคู่กันไปเพื่อรักษาอันดับเว็บไซต์ของเราให้คงที่อยู่เสมอ

และนอกจากนี้แล้ว ทางที่ดีก็ควรมองหาวิธีการใหม่ ๆ ในการดันอันดับเว็บไซต์ของเราให้สูงขึ้นจากเดิม โดยอาจเลือกใช้งาน Keyword ที่มีความเกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้น ๆ เป็นหลัก และพิจารณาจากเกณฑ์การวัดระดับคะแนน Quality Score ของ Search Engine ต่าง ๆ หรือทำ SEM (Search Engine Marketing) ควบคู่ไปกับ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่นิยมมากขึ้นก็ได้เช่นกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม : SEM คืออะไร ? ต่างจาก SEO อย่างไรบ้าง ? แล้วควรเลือกทำ SEM หรือ SEO ดีนะ ?