Instagram ติดเงา ได้จริงหรือไหม ? แล้วจะแก้ไขปัญหาติดเงา (Shadowban) ได้อย่างไรบ้าง ?

เมื่อ :
ผู้เข้าชม : 5,026
เขียนโดย :
image_big
image_big
เมื่อ :
ผู้เข้าชม : 5,026
เขียนโดย :

Instagram "ติดเงา" (Shadowban) ได้จริงไหม ?
แล้วจะแก้ไขยังไงได้บ้าง ?

เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจเคยประสบกับปัญหาโพสต์ข้อความ, รูปภาพ, วิดีโอ หรือ สตอรี่ (Story) บน Instagram ลงไปแล้ว "ยอดตกลงอย่างเห็นได้ชัด" ทั้งยอดการเข้าถึง (Reach), การคอมเมนต์ (Comment) และการมีส่วนร่วม (Engagement) โดยรวมลดต่ำลงจนรู้สึกใจเสียว่า บัญชีผู้ใช้งาน (Account) ของเราอาจจะกำลังตกอยู่ในสถานะ "ติดเงา" (Shadowban)" จากทาง Instagram จนทำให้โพสต์ต่าง ๆ ของเราไม่ขึ้น Feed ของคนอื่น ๆ รึเปล่านะ ?

Instagram ติดเงา ได้จริงหรือไหม ? แล้วจะแก้ไขปัญหาติดเงา (Shadowban) ได้อย่างไรบ้าง ?
ภาพจาก : https://izood.net/blog/instagram-shadowban/

 

เนื้อหาภายในบทความ

 

 

สถานะติดเงาบน Instagram คืออะไร ?
(What is a Shadowban on Instagram ?)

สถานะ "ติดเงา (Shadowban)" เป็นคำที่เราเรียกกันจนชินปากนั้นหมายถึงการที่บัญชีผู้ใช้งาน (User Account) ของเราถูก "จำกัดการมองเห็น" สิ่งเป็นเหตุทำให้โพสต์ต่าง ๆ ของเราไม่ถูกเลือกให้แสดงผลบนหน้า Feed ของผู้ใช้คนอื่น ๆ และไม่ปรากฏบน แฮชแท็ก (Hashtag) ที่ติดบนโพสต์ (ผู้ใช้คนอื่นจะต้องค้นหาชื่อบัญชีของเรา และกดเข้ามาดูโปรไฟล์เท่านั้นจึงจะสามารถมองเห็นโพสต์ของเราได้) จนส่งผลให้ยอดการเข้าถึง, การมีส่วนร่วม ต่างๆ ตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด

ข้อมูลเพิ่มเติม : Hashtag คืออะไร ? และ วิธีการใช้ #Hashtag ที่เหมาะสม

Instagram สามารถติดเงา ได้จริงหรือไหม ?
(Can Instagram be Shadowbanned ?)

สำหรับใครที่สงสัยว่าบัญชี หรือแอคเคาท์ Instagram ของเราอาจจะ "ติดเงา" จนทำให้ยอดตกแล้วละก็ ทางบริษัทก็ได้ออกมาประกาศว่ามันเป็นเรื่องที่ผู้ใช้ส่วนหนึ่ง "เข้าใจผิด" กันไปเอง เพราะว่าสถานะติดเงาบน Instagram นั้น "ไม่มีอยู่จริง" แต่สิ่งที่ผู้ใช้บางคนกำลังประสบกันอยู่อาจมาจากสาเหตุอื่น ๆ ที่ Adam Mosseri (ผู้บริหาร Instagram คนปัจจุบัน) ได้ให้เหตุผลว่า

Instagram “ติดเงา” ได้จริงไหม ?
ภาพจาก : https://blog.hubspot.com/marketing/instagram-shadowban

"บางครั้งคุณก็แค่โชคร้าย, หรือบางทีก็อาจจะเป็นเพราะสาเหตุอื่น"

สาเหตุที่ (อาจ) ทำให้โพสต์ไม่แสดงผลบน Instagram
(The reasons why posts are not showing on Instagram)

ใช้ Hashtag ที่ถูกแบนหรือใช้ข้อความไม่เหมาะสม

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระบบจำกัดการแสดงผลโพสต์ของเราอาจมาจากการติด Hashtag ที่มีข้อความที่ละเมิดข้อตกลงในการใช้งานของทาง Instagram หรือมีการใช้ข้อความไม่เหมาะสมภายในโพสต์ที่อาจก่อให้เกิดความเกลียดชังหรือการส่งต่อข้อมูลผิด ๆ จนทำให้ระบบของ Instagram ทำการแบนโพสต์นั้น ๆ ออกไปจากหน้า Feed ของผู้ใช้คนอื่น ๆ

ใช้ Hashtag ที่ถูกแบนหรือใช้ข้อความไม่เหมาะสม
ภาพจาก : https://andrewlee.ventures/blog/instagram-shadowban-what-it-is-and-how-to-remove-it

อย่างไรก็ตาม ทาง Instagram ก็ไม่ได้ "ห้ามใช้งาน" Hashtag ดังกล่าวอย่างถาวร เพราะหลาย ๆ ครั้งเราก็ไม่ทราบว่า Hashtag ที่ใช้งานอยู่นั้นเป็น Hashtag ที่ระบบแบนการแสดงผล (หรืออาจเพิ่งมีการอัปเดตระบบ หรือเพิ่ม Hashtag เข้ามาในภายหลังจากที่โพสต์ไประยะหนึ่งแล้ว)

ซึ่งทางบริษัทก็เปิดให้สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติมว่า Hashtag ที่เราใช้งานนั้นไม่ได้มีเจตนาละเมิดกฎการใช้งานแพลทฟอร์มแต่อย่างใดและสามารถใช้งาน Hashtag นั้น ๆ ต่อไปได้ (แต่ทางที่ดีควรเลี่ยงการใช้งาน Hashtag เหล่านั้นจะเป็นการปลอดภัยกว่า เพราะการนั่งรายงานการใช้งานแทบทุกโพสต์ก็เป็นงานที่เหนื่อยใช้ได้)

ใช้ข้อความซ้ำหรือติด Hashtag ซ้ำ ๆ มากจนเกินไป

บางครั้งสาเหตที่โพสต์ของเราถูกปิดกั้นการแสดงผลอาจเป็นเพราะการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเดิม ๆ เช่น การพิมพ์ข้อความคล้าย ๆ กันหรือติด Hashtag แบบเดิมทุกโพสต์, การใส่ Hashtag มากจนเกินไป หรือการตอบคอมเมนต์ด้วยข้อความเดิมจนทำให้อัลกอริทึมของ Instagram สงสัยว่าแอคเคาท์ของเราอาจเป็น สแปม (Spam) นั่นเอง

เพราะถึงแม้ว่าการใส่ Keyword หรือ Hashtag ของแบรนด์ภายในโพสต์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงโพสต์ได้ แต่หากใส่มากจนเกินไปหรือใช้งาน Hashtag แบบเดิมซ้ำ ๆ ก็อาจทำให้ระบบเกิดความเข้าใจผิดได้เช่นกัน โดยปกติแล้วจะสามารถใส่ Hashtag ได้สูงสุดถึง 30 Hashtag ต่อโพสต์ แต่หากใช้ Hashtag ซ้ำกันบ่อย ๆ อาจจะต้องเปลี่ยนวิธีการลงโพสต์และตอบคอมเมนต์แทน

ใช้ข้อความซ้ำหรือติด Hashtag ซ้ำ ๆ มากจนเกินไป
ภาพจาก : https://www.hopperhq.com/wp-content/uploads/2016/06/img_6895.jpg

รีโพสต์ข้อความของบัญชีอื่นใหม่

อีกเหตุผลที่ทำให้ระบบลดการแสดงผลโพสต์ของเราลงก็ได้แก่การ "รีโพสต์" ข้อความหรือรูปภาพของแอคเคาท์อื่น โดยหลาย ๆ ครั้งทางแบรนด์และ Influencer ที่ทำงานร่วมกันก็อาจโพสต์ข้อความและรูปภาพเดียวกันเพื่อโปรโมตสินค้ากับกลุ่มลูกค้าที่ต่างกันออกไปโดยที่ไม่ได้มีเจตนาละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ระบบของ Instagram จะทำการกรองข้อมูลของโพสต์อื่น ๆ นอกเหนือจากโพสต์ต้นทางออกไปจากหน้า Feed ของผู้ใช้

ซื้อยอด

การซื้อยอดมาให้คนกดไลค์ (Like), คอมเมนต์เพื่อแสดงความคิดเห็น (Comment), ติดตาม (Follow) เพื่อดันโพสต์ให้ยอดสูง ๆ นั้นอาจทำให้ยอดการขายสินค้าเพิ่มสูงขึ้นได้ในระยะเวลาสั้น ๆ แต่หากซื้อยอดติดต่อกันเป็นเวลานานระบบของ Instagram อาจตรวจสอบเจอความผิดปกติและแบนแอคเคาท์ของเราได้เช่นกัน หากต้องการเพิ่มยอดแนะนำให้ "ซื้อโฆษณา" บนแพลตฟอร์มแทนจะปลอดภัยมากกว่า

ซื้อยอด
ภาพจาก : https://izood.net/blog/instagram-shadowban/

วิธีการแก้ปัญหาการติดเงาบน Instagram
(How to fix a Shadowban on Instagram ?)

เช็ค Hashtag ที่ถูกแบนก่อนโพสต์

ผู้ใช้ Instagram สามารถเช็ค Hashtag ที่ระบบ (อาจจะ) แบนได้ด้วยการพิมพ์ Hashtag นั้น ๆ ลงในช่องการค้นหา หากมีผลการค้นหาปรากฎขึ้นพร้อมปุ่ม "Follow" Hashtag สีฟ้า ๆ ปรากฎขึ้นก็แสดงว่าสามารถใช้งาน Hashtag นั้น ๆ ได้โดยไม่ติดปัญหาอะไร แต่หากลองค้นหาแล้วไม่มีการแสดงผลขึ้น (ขึ้นหน้าเปล่าแทนรูปโพสต์ / วิดีโอ) ก็ให้สงสัยว่าอาจเป็น Hashtag ที่ระบบแบนและเลี่ยงการใช้งาน Hashtag นั้นไปน่าจะดีกว่า

สไลด์รูปภาพ

 เช็ค Hashtag ที่ถูกแบนก่อนโพสต์เช็ค Hashtag ที่ถูกแบนก่อนโพสต์

ภาพจาก : https://www.socialmediaexaminer.com/instagram-shadowban-what-marketers-need-to-know/

ใช้ "Meta Business Suite" ในการโพสต์ หรือ ตอบคอมเมนต์

วิธีแก้ปัญหาการ (สงสัยว่า) ติดสแปมสามารถแก้ได้ง่าย ๆ ด้วยการเปลี่ยนจากการโพสต์ผ่านแอปพลิเคชัน Instagram แบบเดิม ๆ มาใช้งาน "Meta Business Suite" แทน เพราะในเครื่องมือ Business Suite จะสามารถ บันทึก Hashtag ที่ใช้งานบ่อย ๆ ในระบบได้ และเมื่อกดตั้งเวลาโพสต์ Instagram ก็สามารถกดที่เครื่องหมาย "#" เพื่อเรียกใช้งาน Hashtags ที่บันทึกเอาไว้ได้เลย (แอปพลิเคชัน Instagram จะไม่มีฟีเจอร์ Saved Hashtag ต้องล็อกอินใช้งาน Business Suite เท่านั้น)

หรือหากต้องการตอบคอมเมนต์ก็สามารถสร้าง "Shotcut" การตอบคอมเมนต์ด้วยฟีเจอร์ "Saved Reply" บน Business Suite ได้เช่นเดียวกัน ทำให้ประหยัดเวลาในการพิมพ์ไปได้ค่อนข้างมาก แต่หากต้องการเลี่ยงการติดสแปมอาจต้องเพิ่ม Emoji หรือปรับ Wording ของคำก่อน Reply ตอบคอมเมนต์เล็กน้อย

สไลด์รูปภาพ

 ใช้ Meta Business Suite ในการโพสต์ หรือ ตอบคอมเมนต์ใช้ “Meta Business Suite” ในการโพสต์ หรือ ตอบคอมเมนต์

ภาพจาก : https://www.socialmediaexaminer.com/instagram-shadowban-what-marketers-need-to-know/

เพิ่ม Partner ในระบบและเปลี่ยนมาใช้งาน "Collaboration Tools"

ก่อนหน้านี้ Influencer หลาย ๆ ท่านอาจเคยชินกับการติด "#Sponsor" ห้อยท้ายโพสต์ว่าโพสต์นี้เป็นโพสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์สินค้า แต่ล่าสุดทาง Instagram ได้ปรับระบบใหม่ให้ "โปร่งใส" มากยิ่งขึ้นโดยเพิ่มฟีเจอร์ Collaboration Tools ขึ้นมา

โดยเมื่อต้องการโพสต์ข้อความจาก Sponsor ก็ให้ทำดังนี้

  1. ไปที่ "เมนู Creator or Business Setting"
  2. เลือก "เมนู Branded Content"
  3. ไปที่ "เมนู Request Approval From Brand Partners"
  4. จากนั้นพิมพ์ "ชื่อแอคเคาท์" ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของเราเพื่อเพิ่มพาร์ทเนอร์แล้วกด "ปุ่ม โพสต์"

หรือหากทางแบรนด์ต้องการสร้างโพสต์ร่วมกับ Influencer ก็ให้ทำดังนี้

  1. กดไปที่ "แถบ Invite Collaborator"
  2. จากนั้นพิมพ์ "ชื่อแอคเคาท์ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของเรา" ลงไปแทนการกด "Tag People"

เมื่อพาร์ทเนอร์ของเรากด "รับ Tag" ระบบก็จะทำการโพสต์ให้แบบอัตโนมัติบนโปรไฟล์ของเราและพาร์ทเนอร์โดยไม่ถูกตรวจจับว่าเป็นการ Repost และไม่ต้องเสียเวลาโพสต์ใหม่แต่อย่างใด

สไลด์รูปภาพ

 เพิ่ม Partner ในระบบและเปลี่ยนมาใช้งาน “Collaboration Tools”เพิ่ม Partner ในระบบและเปลี่ยนมาใช้งาน “Collaboration Tools”

ภาพจาก : https://www.socialmediaexaminer.com/instagram-shadowban-what-marketers-need-to-know/