Reels คืออะไร ? พร้อมเคล็ดลับการเพิ่ม Engagement ด้วยฟีเจอร์ Reels บน Facebook และ Instagram

เมื่อ :
ผู้เข้าชม : 19,489
เขียนโดย :
image_big
image_big
เมื่อ :
ผู้เข้าชม : 19,489
เขียนโดย :

Reels คืออะไร ? พร้อมเคล็ดลับการเพิ่ม Engagement
ด้วยฟีเจอร์ Reels บน Facebook และ Instagram

กระแสความนิยมของ "วิดีโอสั้น (Short Video)" ทำให้บริษัทชั้นนำหลาย ๆ เจ้าหันมาสนใจและพัฒนาฟีเจอร์นี้เป็นของตัวเอง ซึ่งหลังจากที่ทางฝั่ง Meta ได้ปล่อย ฟีเจอร์ Reels ออกมาให้ใช้งานกันทั้งบนแพลตฟอร์ม Instagram และ Facebook ก็ถือว่าค่อนข้างที่จะ "ประสบความสำเร็จ" ไม่น้อยเลย

เพราะจากข้อมูลที่ทาง Meta (บริษัทผู้เป็นเจ้าของ และพัฒนาทั้ง Facebook และ Instagram) ได้เปิดเผยออกมา ก็ระบุว่าผู้คนส่วนใหญ่ใช้เวลา "เกือบครึ่ง" ในการเล่น Facebook และ Instagam ไปกับการรับชมวิดีโอบนแพลตฟอร์มนั้น ๆ อีกทั้งผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ยังมีการรับชมและสร้างคลิป "Reels" สูงกว่าทวีปอื่นอย่างเห็นได้ชัด

Reels คืออะไร ?
 

ดังนั้นแล้วจึงไม่แปลกเลยที่ อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ชื่อดังและแบรนด์สินค้าต่าง ๆ จะหันมาโปรโมตและทำคอนเทนต์ Reels กันมากขึ้นตามความนิยมของผู้ใช้ อีกทั้งทาง Meta ยังได้ออกมาประกาศว่าทางบริษัทกำลังเตรียมพร้อมจะเพิ่มการ "โฆษณา" เข้ามาบน Reels ให้เหล่าบรรดา Influencer สามารถสร้างรายได้ผ่านช่องทางนี้กันได้แล้ว

โดยสำหรับใครที่ต้องการทดเล่นสร้างคอนเทนต์ ผ่าน ฟีเจอร์ Reels หรือผู้ที่อยู่ในขั้น "เริ่มต้น" และยังจับจุดไม่ถูกว่าควรจะสร้างคลิป Reels อย่างไรให้โดนใจผู้พบเห็นก็สามารถลองทำตามเคล็ดลับด้านล่างนี้เพื่อเพิ่มยอด Engagement กันได้เลย ...

เนื้อหาภายในบทความ

  1. เพิ่มข้อความบน Reels ด้วยฟีเจอร์ Timed Text
  2. เลือกใช้ลูกเล่น (Effect) บน Reels ให้เหมาะสม
  3. เปลี่ยนชุด หรือเปลี่ยนฉากต่อเนื่อง ด้วยฟีเจอร์ Align Tool
  4. นำคลิปดังมาสร้างสรรค์ใหม่ ด้วยฟีเจอร์ Remix Reels
  5. เติมลูกเล่นให้เสียง (Audio) บน Reels
  6. โพสต์ Reels ลงทั้งบนแพลตฟอร์ม Instagram และ Facebook
  7. ติดแท็ก Partnership

 

1. เพิ่มข้อความบน Reels ด้วยฟีเจอร์ Timed Text

ใช้ ฟีเจอร์ Timed Text เพื่อเพิ่มข้อความอธิบายประกอบคลิปให้ปรากฎขึ้นตาม "เวลา" ที่ต้องการ ไม่ต้องแช่ข้อความ (Text) ทิ้งไว้ตั้งแต่เริ่มคลิป หรือจะสร้าง Reels ด้วยการแทรกคลิปหลาย ๆ คลิปมาตัดต่อและใส่ข้อความประกอบภายในคลิปได้ โดยหลังจากเพิ่มข้อความบน Reels แล้วก็สามารถแตะเลือกเพื่อกำหนดเวลาขึ้น Text บน Reels ของเราได้เลย (อย่าลืมกด Preview ดูก่อนนะ)

Reels คืออะไร ? พร้อมเคล็ดลับการเพิ่ม Engagement ด้วยฟีเจอร์ Reels บน Facebook และ Instagram
รับชมคลิปเต็มได้ที่ https://www.instagram.com/p/CDuXK73B7HH/

2. เลือกใช้ลูกเล่น (Effect) บน Reels ให้เหมาะสม

ภายในฟีเจอร์ Reels นั้นจะมีลูกเล่น (Effect) ภายในให้เลือกใช้งานกันอย่างหลากหลาย แต่ Effect พื้นฐาน หรือเบสิก ที่จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับ Reels ของเราก็ได้แก่ "AR Effect" หรือ Effect เสมือนที่ช่วยสร้างสีสันและ "Green Screen (ฉากเขียว)" ที่ทำให้การเปลี่ยนพื้นหลังประกอบ Reels เป็นเรื่องง่ายดายโดยไม่ต้องเหนื่อยเดินทางและไม่ต้องแบกฉาก Green Screen ให้เมื่อยเลย

สไลด์รูปภาพ

 AR EffectGreen Screen

ภาพจาก : https://www.gloam.io/post/how-brands-can-run-brilliant-instagram-filter-campaigns-in-2022 และ shorturl.at/ipuH0

3. เปลี่ยนชุด หรือเปลี่ยนฉากต่อเนื่อง ด้วยฟีเจอร์ Align Tool

Align Tool เป็นอีกหนึ่ง ฟีเจอร์ที่ครีเอเตอร์หลาย ๆ คนน่าจะใช้งานบ่อยในช่วงนี้ เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเติม "Transition" ให้ Reels เช่น Transition การเปลี่ยนชุดที่นางแบบใส่หรือเปลี่ยนฉากพื้นหลังแบบต่อเนื่อง โดยฟีเจอร์นี้จะช่วยให้การมาร์คเวลาในการถ่ายคลิปในมุมเดิมสะดวกขึ้นนั่นเอง (ใช้ร่วมกับ Timer ตั้งเวลาการอัด Reels)

Reels คืออะไร ? พร้อมเคล็ดลับการเพิ่ม Engagement ด้วยฟีเจอร์ Reels บน Facebook และ Instagram
รับชมคลิปเต็มได้ที่ : https://www.instagram.com/p/CDj0sF3hnbY/

นำเอา Reels ดัง ๆ มาสร้างสรรค์ใหม่ในแบบฉบับของเราเองด้วย ฟีเจอร์ Remix Reels โดยอาจเป็นการ Reaction หรือ การทำ Reels ชนิด "ล้อเลียน" ที่แบ่งหน้าจอออกเป็นสองฝั่ง (ซ้าย - ขวา) ให้ผู้รับชมได้เห็นความแตกต่างระว่าง Reels ของเราและ Reels ที่นำเอามา Remix แบบนี้ก็เป็นสีสันได้ไม่น้อยเหมือนกัน

Reels คืออะไร ? พร้อมเคล็ดลับการเพิ่ม Engagement ด้วยฟีเจอร์ Reels บน Facebook และ Instagram
รับชมคลิปเต็มได้ที่ : https://www.instagram.com/p/CNFzLUPh8PW/

5. เติมลูกเล่นให้เสียง (Audio) บน Reels

ค้นหาเพลงประกอบ หรือลูกเล่นเสียง (Sound Effect) มาใส่ประกอบ Reels หรือจะพากย์เสียงเองด้วย Voice Over (ถ้าไม่อยากพากย์เสียงเองก็มีฟีเจอร์ Text-to-Speech ด้วยการใช้เสียงสังเคราะห์ ให้กดใช้งานด้วยนะ)

และนอกจากนี้แล้ว เรายังสามารถปรับแต่งเสียงผ่าน Mix Audio เพื่อเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับ Reels ของเรา ให้มากขึ้นอีกด้วย

สไลด์รูปภาพ

 Text to speechMix Audio

ภาพจาก : https://www.instagram.com/p/CWHL67OPk_H/?utm_source=ig_embed&ig_rid=64e254f2-6817-41c8-abd6-f0abcd8ec1f2

6. โพสต์ Reels ลงทั้งบนแพลตฟอร์ม Instagram และ Facebook

เพิ่มยอด Engagement ให้กับ Reels ได้ด้วยการเลือกที่ "Recommend on Facebook" เพื่อให้ Instagram Reels ของเรามีการแสดงผลบน Facebook ควบคู่กันไป โดยระบบจะนับ "ยอดวิว" ร่วมกัน ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นและดันยอดวิว Reels ของเราเพิ่มขึ้นได้

Recommend on Facebook
ภาพจาก : https://i.ytimg.com/vi/tmZ4VcbHLdU/maxresdefault.jpg

7. ติดแท็ก Partnership

สำหรับ Influencer คนไหนที่รับงาน "โปรโมท" ประชาสัมพันธ์ให้กับสินค้า หรือบริการของแบรนด์ต่าง ๆ ก็แนะนำให้ติดแท็กเป็น Partner ของแบรนด์นั้น ๆ ด้วย เพราะนอกจากจะช่วยให้ ผู้ติดตาม (Follower) ไปตามรอยกันได้ง่ายแล้ว ยังมีลุ้นได้ดีล หรือส่วนลดพิเศษ จากทางแบรนด์ได้อีกด้วย

ซึ่งการติดแท็ก Partner นั้น สามารถทำได้ด้วยการกดเข้าไปที่ "เมนู Account Settings" → "ตัวเลือก Creator (หรือ Business)" → "ตัวเลือก Branded Content" และก่อนทำการลงคลิป Reels ก็แตะที่ "เมนู Advanced Settings" แล้วเปิด "ตัวเลือก Add Paid Partnership Label" จากนั้นกดที่ "ตัวเลือก Brand Partner" แล้วติดแท็กแบรนด์ได้เลย แถมยังสามารถทำการ "ตั้งค่าการมองเห็น" จากช่วงอายุ, เพศ และตำแหน่งพื้นที่ (Location) เพื่อเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นอีกด้วย

สไลด์รูปภาพ

 Add Paid Partnership LabelAdd Paid Partnership LabelBrand PartnerBrand Partner

ภาพจาก : https://www.instagram.com/p/CRzoUzoIRQQ/ และ 

นอกจากนี้ Meta ยังเผยข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าผู้ใช้งาน Facebook และ Instagram ใน "ประเทศไทย" นั้นชื่นชอบการรับชม Reels ประเภทคลิปท่องเที่ยว, คลิปเต้น, เบื้องหลังการถ่ายทำ, มีมตลก ๆ (Meme) และแมวมากเป็นพิเศษ ดังนั้นหากจะเริ่มทำ Reels อาจลองหยิบจับเอาคลิปแนว ๆ นี้เป็นคลิปเริ่มต้นก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

ต้นฉบับ :